ณ ทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ใกล้กับลำธารใสสะอาด มีลูกแกะตัวหนึ่งกำลังเล็มหญ้าอย่างเพลิดเพลิน ด้วยอากาศที่ร้อนอบอ้าว ทำให้มันรู้สึกกระหายน้ำเป็นอย่างมาก มันจึงรีบวิ่งตรงไปยังลำธารเพื่อหวังจะได้ดื่มน้ำให้ชื่นใจ โดยที่ไม่ทันได้ระวังว่ามีอันตรายร้ายแรงซ่อนตัวอยู่
เนื้อเรื่อง
ขณะที่ลูกแกะกำลังจะก้มลงดื่มน้ำในลำธารนั้นเอง สายตาของมันก็พลันไปเห็นจระเข้ตัวใหญ่ตัวหนึ่งกำลังนอนซุ่มอยู่หลังโขดหิน ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ลูกแกะจึงรีบหันหลังกลับและเตรียมจะวิ่งหนีในทันที
จระเข้เมื่อเห็นว่าเหยื่อรู้ตัวแล้ว จึงรีบโผล่ขึ้นมาจากน้ำแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ว่า “อ้าว! เจ้าแกะน้อย จะรีบไปไหนเสียล่ะ มาดื่มน้ำให้ชื่นใจก่อนสิ น้ำในลำธารนี้เย็นและใสสะอาดมากนะ” มันพยายามใช้คำพูดหว่านล้อมเพื่อหลอกให้ลูกแกะตายใจและเดินเข้ามาใกล้
แต่ลูกแกะน้อยตัวนี้เป็นผู้มีปัญญา มันรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของจระเข้จึงตอบกลับไปว่า “ข้าก็อยากจะดื่มน้ำที่ท่านว่าอยู่หรอกนะ แต่ข้ากลัวว่าถ้าข้าเข้าไปใกล้กว่านี้ ท่านคงจะจับข้ากินเป็นอาหารเย็นเป็นแน่แท้”
จระเข้แสร้งทำเป็นตกใจแล้วพูดว่า “โอ้! เจ้าคิดเช่นนั้นได้อย่างไร ข้าไม่ทำร้ายเจ้าหรอกน่า ข้าแค่อยากจะเป็นเพื่อนกับเจ้าเท่านั้นเอง”
ลูกแกะได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะเบาๆ แล้วตอบกลับไปอย่างเฉียบแหลมว่า “ข้าขอบคุณในความหวังดีของท่าน แต่ข้าคิดว่าการยืนคุยกับท่านอยู่ห่างๆ แบบนี้ปลอดภัยกว่าเป็นไหนๆ และข้าเชื่อว่าน้ำที่ข้าดื่มจากที่ไกลๆ นี้ แม้จะไม่หวานชื่นใจเท่ากับน้ำที่อยู่ใกล้ตัวท่าน แต่มันก็คงไม่ทำให้ชีวิตของข้าต้องสั้นลงอย่างแน่นอน” พูดจบ ลูกแกะก็รีบวิ่งหนีไปทันที ทิ้งให้จระเข้เจ้าเล่ห์ได้แต่มองตามด้วยความหิวโซและผิดหวัง
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง จระเข้กับลูกแกะ นี้สอนให้รู้ว่า “ผู้มีปัญญาย่อมคิดไตร่ตรองอย่างรอบคอบเสมอ และจะไม่นำพาตัวเองเข้าไปสู่ความเสี่ยงหรืออันตรายโดยไม่จำเป็น”


