กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในฟาร์มเล็กๆ แห่งหนึ่ง มีเด็กสาวเลี้ยงวัวคนหนึ่งชื่อว่า “แพ็ตตี้” เธอเป็นเด็กสาวช่างฝันที่มักจะใช้เวลาไปกับการจินตนาการถึงอนาคตอันสวยหรูของตนเองอยู่เสมอ และในเช้าวันหนึ่ง ความฝันของเธอก็ดูเหมือนจะใกล้เป็นจริงเข้ามาทุกที
เนื้อเรื่อง
ในเช้าวันนั้น แพ็ตตี้ได้รีดนมวัวสดๆ มาเต็มถังขนาดใหญ่ เธอวางถังนมนั้นทูนไว้บนศีรษะอย่างมั่นคงแล้วเริ่มต้นออกเดินทางเพื่อที่จะนำนมไปขายในตลาด ระหว่างทางที่เดินไปนั้นเอง เธอก็ได้เริ่มวาดฝันถึงสิ่งต่างๆ ที่เธอจะทำกับเงินที่ได้จากการขายน้ำนมในครั้งนี้
“เงินที่ได้จากการขายนมในวันนี้ จะต้องมากมายอย่างแน่นอน” เธอคิดในใจ “ข้าจะนำเงินนั้นไปซื้อไข่ไก่มาฟักสัก 300 ฟอง”
“เมื่อไข่ฟักออกมาเป็นลูกเจี๊ยบ ข้าก็จะเลี้ยงดูพวกมันอย่างดี และในตอนที่ตลาดคึกคักที่สุด ข้าก็จะนำลูกไก่ทั้งหมดไปขาย แล้วข้าก็จะมีเงินมากพอที่จะซื้อชุดกระโปรงผ้าไหมสีเขียวมรกตที่ข้าอยากได้มานานแสนนาน”
“เมื่อข้าได้ใส่ชุดสวยๆ ไปเดินในตลาด บรรดาชายหนุ่มรูปงามทั้งหลายก็จะต้องพากันมาสนใจในตัวข้าอย่างแน่นอน แต่ข้าก็จะเชิดหน้าใส่พวกเขาอย่างไม่ใยดี”
และในขณะที่แพ็ตตี้กำลังจมอยู่ในจินตนาการอันหอมหวานและได้แสร้งทำเป็นเชิดหน้าสะบัดผมอย่างหยิ่งผยองนั้นเอง เธอก็ได้ก้าวพลาดและเสียหลักล้มลง
ถังนมที่ทูนอยู่บนศีรษะของเธอได้ตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรง น้ำนมทั้งหมดได้ไหลนองไปทั่วพื้นดิน พร้อมกันนั้นความฝันอันสวยหรูทั้งหมดของเธอก็ได้สลายหายไปพร้อมกับน้ำนมในพริบตา
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง เด็กสาวรีดนมวัวกับถังนม นี้สอนให้รู้ว่า “อย่ามัวแต่วาดฝันถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึงจนเกินไป ควรใส่ใจและทำปัจจุบันที่อยู่ตรงหน้าให้ดีที่สุดเสียก่อน มิฉะนั้นความฝันทั้งหมดก็อาจจะพังทลายลงได้โดยง่าย”
พุทธภาษิต
“นปฺปฏิกงฺเข อนาคตํ” (นัปปะฏิกังเข อะนาคะตัง) คำแปล: ไม่ควรมุ่งหวังสิ่งที่ยังไม่มาถึง


