ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีชายชราผู้มั่งคั่งแต่ขึ้นชื่อเรื่องความตระหนี่ถี่เหนียวคนหนึ่งชื่อว่า “ลุงมี” เขามีทรัพย์สมบัติมากมายที่เก็บสะสมมาตลอดชีวิต แต่แทนที่เขาจะนำเงินทองเหล่านั้นไปใช้จ่ายเพื่อให้ตนเองมีความสุข เขากลับนำสมบัติทั้งหมดไปฝังดินไว้รอบๆ บริเวณบ้านและเฝ้าดูมันด้วยความหวงแหนในทุกๆ วัน
เนื้อเรื่อง
เพื่อนบ้านของลุงมีมักจะพยายามชักชวนให้เขาออกไปใช้ชีวิตและแบ่งปันความมั่งคั่งของเขาเพื่อทำบุญบ้าง แต่ลุงมีก็มักจะปฏิเสธอยู่เสมอโดยให้เหตุผลว่าเขาไม่ต้องการใช้เงินและไม่เชื่อในเรื่องบุญบาปใดๆ ทั้งสิ้น สิ่งเดียวที่เขาสนใจคือการได้เฝ้ามองดูกองสมบัติของตนเองที่เพิ่มพูนขึ้นทุกวัน
ลุงมีหมกมุ่นอยู่กับการขุดดินเพื่อตรวจสอบสมบัติของตนเองในทุกๆ วัน จนกระทั่งวันหนึ่ง สาวใช้ของเขาที่ชื่อว่า “นิ่ม” ได้สังเกตเห็นพฤติกรรมที่ผิดปกติของลุงมี เธอจึงได้แอบตามไปดูและก็ได้พบกับขุมทรัพย์ทองคำแท่งจำนวนมากที่ลุงมีฝังไว้ ด้วยความโลภ นิ่มจึงได้แอบขโมยทองคำแท่งทั้งหมดของลุงมีไปในคืนนั้นเอง
เมื่อลุงมีตื่นขึ้นมาในตอนเช้าและพบว่าทองคำของตนได้หายไป เขาก็รู้สึกเสียใจและร้องไห้ฟูมฟายราวกับจะขาดใจ เพื่อนบ้านเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ก็รีบเข้ามาดูและได้ปลอบใจลุงมี พร้อมกับให้คำแนะนำว่า
“ท่านลุงมี ในเมื่อท่านก็ไม่ได้คิดที่จะนำทองคำเหล่านั้นไปใช้ประโยชน์อะไรอยู่แล้ว ท่านก็ลองเอาก้อนหินมาใส่ไว้ในหลุมแทนสิ แล้วก็คิดเสียว่ามันคือทองคำของท่านเหมือนเดิม อย่างน้อยมันก็ยังทำให้ท่านรู้สึกว่าท่านยังมีสมบัติอยู่กับตัว”
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง ชายขี้เหนียวกับทองคำ นี้สอนให้รู้ว่า “ของมีค่าใดๆ ก็ตาม หากไม่ถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ก็ย่อมไม่ต่างอะไรกับของที่ไร้ค่า”


