อกาลราวิชาดก เป็นหนึ่งในนิทานชาดกที่พระพุทธเจ้าได้ทรงเล่าไว้เมื่อครั้งเสวยพระชาติเป็นดาบส เพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจถึงความสำคัญของการรู้จัก “กาลเทศะ” หรือการกระทำการใดๆ ในเวลาที่เหมาะสม เพราะการกระทำที่ถูกที่ควรแต่ผิดเวลานั้น อาจนำมาซึ่งภยันตรายถึงชีวิตได้
เนื้อเรื่อง
ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์ได้ถือกำเนิดเป็นลูกศิษย์ของฤาษีตนหนึ่ง บำเพ็ญพรตอยู่กับหมู่คณะฤาษี 500 ตนในอาศรมกลางป่าหิมพานต์ คณะฤาษีได้เลี้ยงไก่ป่าตัวหนึ่งไว้ โดยอาศัยเสียงขันของมันเป็นสัญญาณในการลุกขึ้นมาปฏิบัติสมณธรรมในเวลาใกล้รุ่งของทุกๆ วัน
อยู่มาคืนหนึ่ง พ่อไก่ตัวนั้นได้ตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วก็โก่งคอขันขึ้นด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเวลาเช้าแล้ว เสียงขันที่ดังขึ้นในเวลาที่ไม่สมควร (อกาล) นั้น ได้ดังไปไกลจนถึงหูของเสือโคร่งตัวหนึ่งที่กำลังออกหาเหยื่ออยู่บริเวณใกล้เคียง
เมื่อเสือโคร่งได้ยินเสียงไก่ขัน มันก็รู้ได้ในทันทีว่ามีเหยื่ออันโอชะอยู่ไม่ไกล จึงได้ย่องตามเสียงนั้นมาจนถึงอาศรมของเหล่าฤาษี แล้วกระโจนเข้าตะครุบพ่อไก่ผู้โชคร้ายตัวนั้นไปกินเป็นอาหารอย่างง่ายดาย
ในตอนเช้า เมื่อเหล่าฤาษีตื่นขึ้นมาและไม่เห็นพ่อไก่ดังเช่นเคย ก็พากันออกตามหา และได้พบเพียงแต่เศษขนของมันที่ตกอยู่เกลื่อนกลาดพร้อมกับรอยเท้าของเสือโคร่ง พวกเขาจึงได้รู้ว่าพ่อไก่ได้ถูกเสือกินไปเสียแล้ว
อาจารย์ฤาษีจึงได้ใช้เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องสอนใจแก่เหล่าศิษย์ว่า “ท่านทั้งหลายจงดูเถิด พ่อไก่ตัวนี้ต้องประสบกับความพินาศก็เพราะการส่งเสียงในเวลาที่ไม่ควรจะส่งเสียง ผู้ที่กล่าววาจาหรือกระทำการใดๆ โดยไม่รู้จักกาลเทศะที่เหมาะสม ย่อมจะต้องประสบกับหายนะฉันนั้น”
คติสอนใจ
นิทานชาดก เรื่อง อกาลราวิชาดก (ไก่โห่ขันไม่เป็นเวลา) นี้สอนให้รู้ว่า “การกระทำสิ่งใดๆ หรือการกล่าววาจาใดๆ โดยไม่รู้จักกาลเทศะที่เหมาะสม ย่อมสามารถนำภัยมาสู่ตนเองได้โดยง่าย เหมือนไก่ที่ขันผิดเวลาจนเป็นเหตุให้ศัตรูมาพบและทำร้ายตนในที่สุด”
พุทธภาษิต
“กาเลน ธมฺมสากจฺฉา เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ” (กาเลนะ ธัมมะสากัจฉา เอตัมมังคะละมุตตะมัง) คำแปล: การสนทนาธรรม (การกล่าวถ้อยคำ) ตามกาลที่เหมาะสม เป็นมงคลอันสูงสุด


