กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีนายพรานผู้หนึ่งได้เข้าไปล่าสัตว์ในป่าลึกและได้พบกับลูกหมีตัวหนึ่งที่พลัดหลงกับแม่ของมัน ด้วยความสงสารและเอ็นดู เขาจึงได้ตัดสินใจนำลูกหมีตัวนั้นกลับมาเลี้ยงดูที่บ้านเหมือนกับสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่ง
เนื้อเรื่อง
นายพรานได้เลี้ยงดูและฝึกฝนลูกหมีเป็นอย่างดี เขามอบความรักและอาหารให้มันอย่างอุดมสมบูรณ์ จนลูกหมีเติบโตขึ้นมาเป็นหมีหนุ่มที่แข็งแรงและเชื่องต่อเขาเป็นอย่างยิ่ง มันมักจะติดตามนายพรานไปทุกหนทุกแห่งและคอยช่วยเหลือเขาในการทำงานต่างๆ เสมอ
อยู่มาวันหนึ่ง นายพรานรู้สึกเหนื่อยล้าจากการทำงานจึงได้เอนกายลงนอนหลับพักผ่อนที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ โดยมีหมีหนุ่มผู้ซื่อสัตย์คอยนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง
ในขณะที่นายพรานกำลังนอนหลับอยู่นั้น ก็ได้มีแมลงวันตัวหนึ่งบินมาตอมที่ใบหน้าของเขาและสร้างความรำคาญเป็นอย่างยิ่ง หมีหนุ่มพยายามที่จะใช้ лапа ของมันปัดไล่แมลงวันออกไป แต่แมลงวันตัวนั้นก็ยังคงบินกลับมาตอมที่เดิมอยู่ร่ำไป
ด้วยความหวังดีที่อยากจะปกป้องเจ้านายของตนจากการรบกวนของแมลงวัน และด้วยความโง่เขลาที่ไม่รู้จักการไตร่ตรอง หมีหนุ่มจึงได้ตัดสินใจที่จะใช้วิธีขั้นเด็ดขาด
มันได้ไปยกก้อนหินขนาดใหญ่ขึ้นมาแล้วเล็งไปที่แมลงวันที่กำลังเกาะอยู่บนหน้าผากของนายพราน จากนั้นก็ทุ่มก้อนหินนั้นลงไปอย่างสุดแรง
ผลก็คือ แมลงวันได้บินหนีไปได้อย่างปลอดภัย แต่ผู้ที่ได้รับเคราะห์ร้ายกลับกลายเป็นนายพรานผู้เป็นเจ้านายของมัน ซึ่งได้เสียชีวิตลงในทันทีเพราะถูกก้อนหินทับที่ศีรษะ
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง นายพรานเลี้ยงหมี นี้สอนให้รู้ว่า “มิตรที่โง่เขลาและขาดการไตร่ตรองนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าศัตรูที่ชาญฉลาดเสียอีก เพราะความหวังดีที่ปราศจากปัญญาก็อาจนำมาซึ่งหายนะที่ร้ายแรงที่สุดได้”
พุทธภาษิต
“นตฺถิ พาเล สหายตา” (นัตถิ พาเล สะหายะตา) คำแปล: ความเป็นสหาย ไม่มีในคนพาล


