ในยุคที่ข้อมูลการเลี้ยงลูกมีอยู่มากมาย ชื่อของ นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นที่ได้รับการยอมรับอย่างสูง ได้กลายเป็นเสมือน “เข็มทิศ” ให้กับพ่อแม่ยุคใหม่ แนวทางของคุณหมอประเสริฐไม่ได้เป็นเพียงชุดคำสั่งว่าต้องทำอะไร แต่เป็นการปรับเปลี่ยนมุมมองและสร้างความเข้าใจในธรรมชาติของเด็กอย่างลึกซึ้ง หัวใจสำคัญของแนวทางนี้คือการสร้างมนุษย์หนึ่งคนให้เติบโตอย่างแข็งแรงจากภายใน โดยมี “สมองส่วนหน้า” หรือ EF (Executive Functions) เป็นพระเอก
หัวใจสำคัญที่สุด: “สร้าง EF (Executive Functions) ด้วยการเลี้ยงดู”
คุณหมอประเสริฐเน้นย้ำเสมอว่า เป้าหมายของการเลี้ยงลูกไม่ใช่การสอนให้ท่องจำเก่ง แต่คือการพัฒนา EF (Executive Functions) หรือทักษะสมองส่วนหน้าให้แข็งแรง
EF คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ?
EF คือชุดทักษะของสมองระดับสูงที่เปรียบเสมือน “CEO ของสมอง” ทำหน้าที่ควบคุมความคิด อารมณ์ และการกระทำเพื่อให้ไปถึงเป้าหมาย ประกอบด้วยทักษะสำคัญๆ เช่น:
- การจดจ่อใส่ใจ (Focus/Attention): ความสามารถในการจดจ่อกับสิ่งที่ทำ
- การยั้งคิดไตร่ตรอง (Inhibitory Control): ความสามารถในการควบคุมอารมณ์และพฤติกรรม
- การจำเพื่อใช้งาน (Working Memory): ความสามารถในการเก็บข้อมูลและนำมาใช้
- การวางแผนและจัดระบบ (Planning & Organizing): ความสามารถในการคิดเป็นขั้นตอน
คุณหมอกล่าวว่า EF คือทักษะที่จะทำให้คนๆ หนึ่งประสบความสำเร็จและเอาตัวรอดในชีวิตได้ดีกว่า IQ เสียอีก และข่าวดีคือ EF สร้างได้ผ่านการเลี้ยงดูในชีวิตประจำวัน
เสาหลักที่ 1: “ปล่อยให้เล่นอิสระ คือการทำงานของเด็ก”
นี่คือเครื่องมือสร้าง EF ที่ดีที่สุดและทรงพลังที่สุดที่คุณหมอประเสริฐแนะนำเสมอ
- ทำไมต้องเล่นอิสระ?: การเล่นที่ไม่ได้มีผู้ใหญ่คอยกำกับ เช่น การเล่นบทบาทสมมติ, การต่อบล็อกไม้, การวิ่งเล่นไล่จับ คือ “การทำงานอย่างหนัก” ของสมองเด็ก ในการเล่น เด็กจะต้องใช้จินตนาการ (วางแผน), ต่อรองกับเพื่อน (ควบคุมอารมณ์), สร้างกติกา (จำเพื่อใช้งาน) ซึ่งทั้งหมดนี้คือการฝึก EF โดยตรง
- สิ่งที่ควรลด: การเล่นตามคำสั่ง, การเรียนพิเศษที่เร่งรัดเกินวัย, และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “หน้าจอ (Screen Time)” เพราะหน้าจอคือการป้อนข้อมูลทางเดียวที่ขัดขวางการพัฒนา EF อย่างรุนแรง
เสาหลักที่ 2: “อ่านนิทานภาพทุกวัน สร้างมหัศจรรย์แห่งสายสัมพันธ์”
คุณหมอประเสริฐให้ความสำคัญกับการอ่าน “นิทานภาพ” อย่างมาก ไม่ใช่แค่อ่านหนังสือตัวหนังสือเยอะๆ
- ไม่ใช่แค่การสอนภาษา: การอ่านนิทานภาพวันละ 15-20 นาที โดยให้ลูกนั่งตัก คือการสร้าง “สายสัมพันธ์ (Attachment)” ที่แข็งแกร่ง ความอบอุ่นจากการนั่งตักพ่อแม่จะทำให้สมองของลูกหลั่งสารความสุขและพร้อมที่จะเรียนรู้
- สร้างทักษะรอบด้าน: เด็กจะได้เรียนรู้คำศัพท์, การลำดับเรื่องราวก่อน-หลัง, การคาดเดา และจินตนาการ ซึ่งทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกับการพัฒนาสมองและ EF ทั้งสิ้น
เสาหลักที่ 3: “วินัยเชิงบวกและขอบเขตที่เกิดจากความรัก”
การเลี้ยงลูกแบบหมอประเสริฐไม่ใช่การตามใจ แต่คือการสร้างวินัยด้วยความเข้าใจ
- สร้าง Self-Esteem ไม่ใช่ทำลาย: การดุ, ด่า, ว่า, ตี หรือเปรียบเทียบ คือการทำลายความนับถือในตนเอง (Self-Esteem) ของลูกโดยตรง เมื่อเด็กรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ เขาก็จะไม่กล้าคิด ไม่กล้าทำ
- พ่อแม่คือ “พื้นที่ปลอดภัย”: ไม่ว่าลูกจะทำผิดพลาดอะไรมา พ่อแม่ต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ลูกกล้าเข้ามาหาเสมอ หน้าที่ของเราคือการ “ช่วยลูกแก้ไขปัญหา” ไม่ใช่ “ซ้ำเติมหรือลงโทษ” บนความผิดพลาดนั้น กฎระเบียบและขอบเขตเป็นสิ่งจำเป็น แต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรักและเหตุผลเสมอ
เสาหลักที่ 4: “ดูแลพ่อแม่ให้ดี คือรากฐานของทั้งหมด”
คุณหมอมักจะจบการบรรยายด้วยการย้ำเตือนว่า “เลี้ยงพ่อแม่ก่อนเลี้ยงลูก” พ่อแม่ที่เหนื่อยล้า, เครียด, และไม่มีความสุข ไม่สามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและอบอุ่นให้ลูกได้ ดังนั้น การที่พ่อแม่หาเวลาพักผ่อน, ดูแลสุขภาพกายและใจของตัวเอง, และสนับสนุนซึ่งกันและกัน คือรากฐานที่สำคัญที่สุดของการเลี้ยงลูกให้ประสบความสำเร็จ
บทสรุป
แนวทางของหมอประเสริฐคือการชวนพ่อแม่ให้เปลี่ยนมุมมองจากการควบคุม “พฤติกรรม” ภายนอกของลูก มาเป็นการสร้าง “สมองและจิตใจ” ที่แข็งแรงจากภายใน โดยเชื่อมั่นในพลังของการเล่น การอ่าน และสายสัมพันธ์ที่อบอุ่น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นรากฐานให้เขาเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุข จัดการชีวิตตัวเองได้ และพร้อมที่จะเรียนรู้ตลอดชีวิต


